2006/Apr/16

เกิดถึงตาย คนจีนมีธรรมเนียมพิธีปฏิบัติอะไรกันบ้าง ลองเข้ามาอ่านเล่นๆดูมีอะไรแปลกๆๆกันเยอะเลย

credit : all-chinese


กฎของครอบครัว, บุตรบุญธรรม, บุตรีบุญธรรม, บุตรสะใภ้เด็ก.
ในชั่วชีวิตของบุคคลคนหนึ่ง เขาต้องมีประสบการณ์และผ่านพิธีการหลาย ๆ อย่างในชีวิตของเขา มีทั้งพิธีมงคล (เรียกว่า อั่งสวู่..เรื่อสีแดง) และอัปมงคล (เรียกว่า เปะสวู่..เรื่องสีขาว) ธรรมเนียมการปฏิบัติตามพิธี อั่งสวู่, เปะสวู่, และ ฮี่สวู่ (เรื่องน่ายินดี) รวมกันเรียกว่า (เกโล่ย..กฎของครอบครัว) ดังนั้น คนจีนทั่ว ๆ ไป จึงควรรู้ถึงพิธีธรรมเนียมปฏิบัติตามกฎของครอบครัวไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน ดังเช่นพิธีธรรมเนียมปฏิบัติการแต่งงานของคนจีนโบราณ เรียกว่า
หลักโล่ย (6 พิธีสำคัญ) นับตั้งแต่การหาดูฤกษ์พิธีการแต่งงาน, การจัดงานแต่งงานตลอดจนสิ้นพิธี มีธรรมเนียมปฏิบัติกันอย่างใด?

การจัดงานทำบุญวันเกิดมีขั้นตอนอย่างไร
?

วันเกิดครบรอบใดมีพิธีการปฏิบัติอย่างไร ?

ตามธรรมเนียมพิธีและความหมายย่อมแตกต่างกัน

พิธีงานศพ, ฝังศพ, มีทั้งพิธีใหญ่, พิธีเล็ก, การต้อนรับแขก, การหาที่ฝังศพ, ประธานในพิธี, การจัดการการเซ่นไหว้, ฯ ล ฯ ควรจะต้องปฏิบัติเช่นใด ?

งานสีแดง
, งานสีขาว, และงานยินดี, รวมทั้งงานส่งเทียบเชิญแขกและญาติโยม มีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติอย่างใดนั้น บทความนี้จะเริ่มอธิบายความละเอียดของแต่ละขั้นตอน จะเรียกว่าเป็นคู่มือปฏิบัติตามพิธีธรรมเนียมของคนจีนโดยสมบูรณ์ก็ได้

มองอีกแง่มุม บทความนี้ประกอบด้วย วัฒนธรรม, ขนบประเพณีชาวบ้าน, การปฏิบัติของชนพื้นเมือง, เป็นขนมธรรมเนียมปฏิบัติของคนจีน และวัฒนธรรมจีน เป็นคู่มือที่ชี้แนะการปฏิบัติตามวัฒนธรรมจีน เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติและการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ


ครอบครัวและกฎของครอบครัว
ครอบครัว เป็นการชุมนุมกันของบุคคลหลาย ๆ คน และส่วนบุคคล แต่กฎของครอบครัว มิใช่เป็นกฎของส่วนบุคคลแต่ละคน นับปฏิบัติกันตั้งแต่การเข้า ๆ ออก ๆ ของแต่ละบุคคลในครอบครัว เป็นทั้งจิตใจความรู้สึกของแต่ละคนในครอบครัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อกันและกันของบุคคลในครอบครัวและบุคคลภายนอก ทั้งที่เป็นญาติสนิททางนอกหรือทางในก็ตาม

กล่าวโดยคำจำกัดความ กฎของครอบครัวเริ่มปฏิบัติจากคนในครอบครัวและมีความขยายสายสัมพันธ์ต่อบุคคลภายนอก ตามกฎของสังคม เพื่อเพิ่มสายใยอันดีเกิดความสามัคคีต่อสังคมนั้น ๆ ด้วยการดำเนินชีพตามปกติ เกิด, แก่, เจ็บ, ตาย, การนับถือเซ่นไหว้เทพเจ้า และผีเจ้าบรรพบุรุษ และเพื่อเป็นการเอ่ยถึงธรรมเนียมปฏิบัติของคนจีนโดยทั่ว ๆ ไป ณ ที่นี้จะกล่าวถึงกฎธรรมเนียมพิธีของครอบครัวก่อน คือกฎของครอบครัว

ครอบครัวของคนจีนโดยทั่ว ๆ ไปในประเทศจีน เริ่มจากการปลูกเพิงที่พักบ้านอยู่อาศัยของบุคคลในครอบครัวรวมตัวกัน ประกอบด้วยบ้านซึ่งถูกจัดแบ่งเป็นห้อง ๆ มีห้องใหญ่ (ตึ้ง..ห้องโถงใหญ่), ห้องกลาง (ปั้ง..ห้องนอนที่อยู่อาศัย), และห้องเล็กย่อยลงมา (ซิก..ห้องนอน, ห้องครัว, ห้องเก็บของ, ห้องน้ำ ฯ ล ฯ)

ตึ้ง เป็นห้องโถงใหญ่ของแต่ละครอบครัว มีขนาดใหญ่หรือเล็กตามฐานะของครอบครัวนั้น ๆ เป็นห้องที่มีความสำคัญ ที่รับรองแขกของตัวบ้าน เป็นจุดเด่นหัวใจของตัวบ้าน ตั้งแต่โบราณมา คนจีนมีธรรมเนียมเรียกขานหัวหน้าของครอบครัวว่า ต่อตึ้ง (อยู่โถง), รองหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นภรรยาของหัวหน้าครอบครัวว่า เล่งตึ้ง (ริมโถง) เรียกพี่ชาย, น้องชาย, พี่สาว, น้องสาว, พี่น้องกันเองในครอบครัวว่า ตึ่งเฮีย, ตึ่งตี๋, ตึ่งเจ้, ตึ่งหม่วย,

ห้องกลาง (ปั้ง) เป็นห้องมีขนาดใหญ่รองจาก ตึ้ง โดยมากมักเป็นห้องนอน, ห้องเขียนหนังสือ, ห้องอ่านหนังสือ, อยู่ทางด้านข้างของ ตึ้ง ตามธรรมเนียมแต่โบราณ หากเรียกตามศักดิ์ของลูก ๆ ในครอบครัว บุตรคนโตของครอบครัวเรียกว่า เฉี่ยงปั้ง (ห้องใหญ่), บุตรคนที่สองเรียกว่า หยี่ปั้ง (ห้องสอง), บุตรคนที่สามเรียกว่า ซาปั้ง (ห้องสาม), แต่ถ้าหากเป็นบุตรเลี้ยงหรือบุตรบุญธรรมเรียกว่า ก้วยปั้ง (ข้ามห้อง) ฯ ล ฯ

ห้องเล็ก (ซิก) บางครั้งก็เป็นห้องนอนของแต่ละคนในครอบครัว แต่โบราณเป็นคำศัพท์เรียกสะใภ้หลวง, สะใภ้น้อย, บุตรีคนโต, บุตรีคนเล็ก, แต่โบราณเรียกศักดิ์ศรีของสะใภ้หลวงว่า เจี๊ยซิก (ห้องหลวง), เรียกสะใภ้น้อยว่า เพียงซิก (ห้องน้อย), บุตรีที่ยังไม่ออกเรือนเรียกว่า ต่อซิกนึ่ง (บุตรีอยู่ห้อง),

ในครอบครัวของคนจีน มีทั้งครอบครัวใหญ่และครอบครัวเล็ก คนอบครัวใหญ่บางครอบครัวนับลูกหลานเกือบไม่ได้ เรียกว่า ไต่ซิกเปะจื่อบ่วงซุง (ห้องใหญ่ร้อยลูกหมื่นหลาน) ส่วนครอบครัวเล็กเรียกว่า เสี่ยวซิกก๋วงกั้วโกวต๊ก (ห้องน้อยโสดหม้ายอยู่เดียวดาย)

แต่ไม่ว่าเป็นครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวน้อย ล้วนมีอาณัติภายใต้กฎของครอบครัวมาตั้งแต่โบราณกาล กฎก็คือระเบียบการปกครองของครอบครัวที่สำคัญยิ่ง มันสามารถถูกตั้งเป็นกฎเกณฑ์การดองญาติหรือห้ามดองญาติได้ เป็นที่สงสัยว่าจะควรหรือไม่ควร ความกระจ่างไม่ชัดเจน จริยธรรมหรือคุณธรรมยากแบ่งแยก การอบรมสั่งสอนโดยกฎธรรมเนียมยังไม่พร้อมสรรพ การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น โดยกฎที่ยังไม่เที่ยง ความสัมพันธ์ระหว่างบิดาบุตรพี่น้อง โดยกฎไม่มั่นคง การศึกษาระหว่าอาจารย์กับศิษย์ โดยกฎไม่ใกล้ชิด การรับราชการการทหาร โดยกฎยังไม่เข้มงวด การฉลองอายุบรรพบุรุษหรือการเซ่นไหว้อาลัย โดยกฎที่ขาดศรัทธาและเคร่งครัด

ดังนั้น ตามกฎก็คือกฎ กฎไม่พร้อมก็ย่อมขาดกฎ กฎขาดแล้วก็ย่อมมิมีสิ่งใดควบคุม นำมาซึ่งความสับสนของครอบครัวและเป็นผลร้ายต่อประเทศ เหตุจะร้ายก่อนแล้วจึ่งมีกฎมาควบคุมภายหลัง พลเมืองดีย่อมหลีกเลี่ยงในสิ่งชั่วร้ายเจ้าใจในกฎระเบียบกติกาของสังคมต่อ การเข้าใจในกฎ ก่อนอื่นต้องมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งด้วยมธุรสวาจา อารมณ์อันสุขสงบ และความมีขันติอดทน

มธุสวาจา เป็นคำพูดที่อ่อนหวาน สุภาพถ่อมตน มักไม่พูดจาส่อเสียดเป็นคำพูดที่ให้ผลร้ายใคร ท่าน โก่วจื้อ (กู้จื่อ) มีคำกล่าวขานว่า
คำพูดที่เสียดแทงให้ร้ายผู้คน มักอยู่ภายใต้คมหอกคมดาบ
ความหมายก็คือ คำพูดที่เสียดแทงให้ร้ายผู้คนนั้น เป็นอันตรายสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้คนยิ่งกว่าการเอาคมหอกคมดาบแทงเชือดเฉือน บุคคลในครอบครัว
ต่อเบื้องบนถ้าหากไม่มีมธุรสวาจา พูดจากอ่อนหวานปลอบใจคลายเครียดกันแล้ว จะรักษาน้ำใจปรดอดองกันได้อย่างใด ?
ต่อเบื้องล่างถ้าหากไม่มีมธุรสวาจา พูดจามีเมตตากรุณา จักซื้อใจซื้อความกตัญญูสามัคคีปรองดองกันได้อย่างใด ?
หากสะสมกันเป็นนิสัย เบื้องบนไม่เมตตากรุณา เบื้องล่างไม่เชื่อฟังกตัญญูเช่นนี้ ลักษณะของครอบครัวจะเป็นเช่นใด ดังนั้น มธุรสวาจา จึงเป็นปัจจัยเสริมเป็นหลักในกฎของครอบครัว

อารมณ์อันสุขสงบ เป็นอุปนิสัยที่ควบคุมความปรองดองสามัคคีของบุคคลในครอบครัว โดยหลักการรักษาถนอมน้ำใจ ให้ความเอ็นดูมีน้ำใจต่อบุคคลเบื้องล่าง และให้ความเคารพเชื่อความต่อบุคคลเบื้องสูง ดั่งมีคำพังเพยโบราณว่า

แกฮั้วบ่วงสวู่เฮง (เจียเหอว่านซู่ซิ่น..ครอบครัวปรองดองสามัคคี ร้อยเรื่องหมื่นเรื่องล้วนมงคล)

อารมณ์อันสุขสงบ ก็ต้องเริ่มที่ฐานจากการพูดคุยกันด้วย มธุรสวาจา เกิดเป็นน้ำใจเกื้อหนุนช่วยเหลือซึงกันและกัน จนกระทั่งเกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย
ความมีขันติอดทน ก็คือการระงับโทสะก่อเกิดเป็นอารมณ์ร้าย หากปราศจากการระงับโทสะ มีขันติอดทน ความเป็นมธุรสวาจาจะมาจากที่ใด ?
อารมณ์อันสุขสงบก็จะไม่ก่อเกิด ดังนั้น อารมณ์เกิดขันติเพียงตัวเดียว เป็นการปฏิบัติที่สำคัญที่สุด ในหนังสือ < ยิ่มเก็ง (ยิ่นจิน..สูตรขันติ) > มีคำกล่าวขานว่า

ขันติ เกิดจากก้นบึ้งแห่งจิตใจ ความเป็นคุณธรรมและจริยะธรรม ล้วนเกิดจากการให้อภัยอันประกอบด้วยน้ำใจอันกว้างขวาง

พระเจ้า จิวเซ่งอ้วง (โจวเฉินหวาง) แห่งราชวงศ์ จิว เคยกล่าวกับเหล่าทหารหาญว่า
หากยามมีขันติ ก็ย่อมเกิดจิตกุศลสงเคราะห์ เกิดเป็นเมตตาแห่งการให้ ประกอบด้วยคุณธรรมอันยิ่งใหญ่

แปลตามความหมาย หากมีกุศลขันติในอารมณ์ การปฏิบัติทั้งหลายย่อมสำเร็จผล อย่างมีขั้นตอน ก่อเกิดเป็นคุณธรรมชั้นสูง

หากรู้สึกถึงว่ามีความผิดใดเกิดขึ้น ถ้าหากขาดการยับยังมีขันติโวยวายออกไป ก็อาจเป็นความอับอายของเจ้าตัว การใดทุกสิ่งนั้น การมีขันตินำเป็นสิ่งที่ดีเลิศ ขันติอดทน จึงเป็นรากเง้าแห่งความสามัคคีของครอบครัว

สมัยราชวงศ์ ทั้ง (ถัน) ที่เมือง โล่วจิว (ลู่โจว) มีครอบครัวชาวนาหนึ่ง มีลูกหลานอยู่ร่วมกันถึง 5 ชั่วโคตร พระเจ้า ทั่งไท้จง (ถันไท่จง) หลี่ซี้มิ้ง (ลี่ซื่อหมิน) ทรงเสด็จออกตรวจตราไปเมือง เป่งจิว (เปิ้นโจว) ทรงเสด็จผ่านมาที่บ้านครอบครัวนี้ ทรงให้หัวหน้าของครอบครัวมาเข้าเฝ้า พระองค์ทรงถามว่า
เจ้าใช้อุบายวิธีใด ถึงสามารถควบคุมให้คนทั้งครอบครัว 5 ชั่วโคตร อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขโดยไม่มีปัญหาใด ๆ ?

หัวหน้าครอบครัวกราบทูตอบถวาย
ก็ไม่มีวิธีใด ๆ นอจากใช้ขันติอดกลั้นปลอบโยนพ่ะย่ะค่ะ

มีอีกครอบครัวหนึ่ง คือครอบครัวของ เตียเก่าโง่ย (จางจิ่วอวี้) มีลูกหลานอยู่ร่วมกันถึง 9 ชั่วโคตร พระเจ้า ทั่งเกาจง ทรงทราบกิตติศัพท์ ทรงเสด็จมาถามครอบครัวของ เตียเก่าโง่ย ด้วยพระองค์เอง หัวหน้าครอบครัว เตียเก่าโง่ว ไม่กราบทูลประการใด ใช้กระดาษพูกันเขียนหนังสือจีนเพียงตัวเดียวว่า ยิ่ม (ยิ่น..ขันติ) พระเจ้า ทั่งเกาจง ทรงทอดพระเนตรทรงถึงน้ำพระเนตรร่วง ทรงพระราชทานรางวัลมากมาย

มธุรสวาจา, อารมณ์อันสุขสงบ, ความมีขันติอดทน,

ธรรมมะลักษณะสามประการนี้ แท้ที่จริงก็ร่วมเป็นกฎของสังคม ความเป็นมนุษย์สัมพันธ์ การแนะนำตน ต้อนรับขับสู้ของคนหรือวัตถุใด ๆ ของสังคม เป็นพิธีกรรมอันลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ก้นบึ้งจิตใจของผู้คน นับตั้งแต่การร่วมพิธีกรรม, การให้ข้าวของร่วมส่งพิธีกรรม, การแสดงมุทิตาจิตแก่ผู้ทำพิธีกรรม, เป็นการแสดงออกของจิตใจ ความมีน้ำใจ จึงเป็นบ่อเกิดของความรักใคร่ ความสมัครสมานสามัคคี และความยินดีแก่คนในสังคม นอกเหนือจากครอบครัว

แต่ทว่า การใช้ธรรมลักษณะนี้ จักต้องประกอบด้วยการมีขั้นตอน มีสถานะภาพตามกาละเทศะ ไม่ควรแสดงโดยพร่ำเพรื่อ ควรรู้จักแบ่งแยกว่า ขั้นตอนนั้นใหญ่เล็กแค่ไหน มีหนักมีเบา มีทั้งเปิดเผยและซ่อนเร้น เรื่องใหญ่ห้ามละเลย เรื่องเล็กห้ามฟุ่มเฟือย เรื่อควรเปิดเผยไม่ควรหมกเม็ด เรื่องละเอียดอ่อนไม่ควรลามเกินโต คนโบราณมีคำพังเพยว่า โล่ยตอปิกจ่า (หลี่ตวอปี่จว้อ..กฎระเบียบมากควรแสแสร้ง) นี่คือการหลีกเลี่ยงของผู้รู้เข้าใจกฎกติกาโดยแท้

credit : all-chinese


edit @ 2006/04/16 16:23:04

Comment

Comment:

Tweet


#2 by (1.46.238.226|1.46.238.226) At 2014-11-09 16:51,
การอยู่รวมกันเป็นครอบครัวของจีนนั้นมีกฎมากมาย
ซึ่งมีการแบ่งห้องและมีชื่อเรียกแต่ละห้องนั้น
ดูแล้วบางครั้งคิดว่ามันมากเกินไปรึป่าว
แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่ปฏิบัติต่อกันมาตามความเชื่อของพวกเขา ซึ่งก็น่าสนใจและมีอะไรมากกว่าที่เราคิดไว้ค่ะ
#1 by รตี รติดัสกร (114.128.94.124) At 2009-08-25 21:48,